ตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกในไทยต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง! เมื่อ BYD (บีวายดี) ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการขึ้นแท่น ครองยอดจดทะเบียนรถยนต์ Plug-in Hybrid อันดับ 1 ในประเทศไทย ประจำเดือนเมษายน ปี 2569 (อ้างอิงข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก)
ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของคนไทยที่มีต่อแบรนด์ และเป็นการการันตีว่า เทคโนโลยีแห่งอนาคตของ BYD ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

2 รุ่นเรือธง ผู้นำความสำเร็จของ BYD DM-i
ความร้อนแรงของยอดจดทะเบียนในเดือนนี้ นำทัพโดยสองยนตรกรรมอัจฉริยะที่เข้ามาเปลี่ยนนิยามของการขับขี่:
- BYD SEALION 6 DM-i: รถ SUV ขนาดคอมแพกต์ที่ผสมผสานความหรูหรา ความกว้างขวาง และสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว
- BYD SEAL 5 DM-i: สปอร์ตซีดานดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและความบันเทิงครบครัน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
ทำความรู้จัก เทคโนโลยี BYD DM-i | รถไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้
“จะดีแค่ไหน ถ้าคุณได้สัมผัสฟีลลิ่งการขับขี่แบบรถไฟฟ้า 100% แต่ไร้กังวลเรื่องสถานีชาร์จ?”
นี่คือหัวใจหลักของเทคโนโลยี BYD DM-i (Dual Mode เทคโนโลยี Super Hybrid) ที่ทำให้ทั้ง BYD SEALION 6 DM-iและ BYD SEAL 5 DM-i ครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างรวดเร็ว ด้วยจุดเด่นที่เหนือกว่า:
1. ประหยัดน้ำมันขั้นสุด
ระบบจะคำนวณการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์อย่างชาญฉลาด ทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ต่ำมาก ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. มั่นใจในทุกเส้นทาง (หมดยอดความกังวลเรื่องแบตหมด)
ด้วยคอนเซปต์ “รถไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้” คุณสามารถเดินทางไกลไปต่างจังหวัดได้อย่างสบายใจ หากแบตเตอรี่หมด ระบบจะสลับไปใช้เครื่องยนต์หรือทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวรอตู้ชาร์จในวันหยุดยาว
3. ขับสนุก แรงบิดมาไว
ให้ฟีลการขับเคลื่อนที่เงียบเชียบ อัตราเร่งออกตัวรวดเร็วทันใจเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า BEV 100% แต่ให้ความอุ่นใจแบบรถสันดาป
สรุป: บทพิสูจน์ความเชื่อมั่นของคนไทย
การก้าวสู่อันดับ 1 ในเซกเมนต์ Plug-in Hybrid ของ BYD ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งยืนยันว่าผู้ขับขี่ชาวไทยมั่นใจใน เทคโนโลยี DM-i ที่มอบทั้งความประหยัด ความแรง และความคุ้มค่า
สำหรับใครที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล BYD SEALION 6 DM-iและ BYD SEAL 5 DM-i คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม
อยากสัมผัสประสบการณ์ “รถไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้” ด้วยตัวคุณเอง? สามารถทดลองขับและรับข้อเสนอสุดพิเศษได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม BYD ทั่วประเทศ!
📍 จองได้ที่ BYD HI-CLASS EV CAR
ทักแชทเข้าทางเพจ สาขารัชดา | สาขาลาดพร้าว | สาขาพระราม 5 | สาขาบองมาร์เช่ | สาขากาญจนาภิเษก
แจ้งรุ่นที่สนใจ: พิมพ์ชื่อรุ่น “SEAL 5”, “SEALION 5” หรือ “SEALION 6”
[จองสิทธิ์รับรถก่อนใคร คลิกเลย!]
สนใจทดลองขับ
เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้า BYD HI-CLASS EV CAR เปิดให้บริการ โชว์รูม BYD ครบ 5 สาขา ได้แก่
สาขา รัชดา https://maps.app.goo.gl/VfPNEV34AvRm1cLW7
สาขา ลาดพร้าว https://maps.app.goo.gl/i3WQpZbWN555Rrku8
สาขา พระราม 5 https://maps.app.goo.gl/iSpz9mdft5iE5Tkr6
สาขา บองมาร์เช่ https://maps.app.goo.gl/bPxXv8qRM45R7tNXA
สาขา กาญจนาภิเษก https://maps.app.goo.gl/YP4SiRyAEbLksjy9
เจาะลึก 2 รุ่นเรือธง เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ?
หากคุณกำลังลังเลระหว่างสองรุ่นยอดฮิตนี้ ลองมาดูความแตกต่างเพื่อช่วยในการตัดสินใจ:
BYD SEALION 6 DM-i: SUV สำหรับครอบครัว สายลุย สายเที่ยว
- จุดเด่น: มิติรถที่สูงใหญ่ ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีเยี่ยม พื้นที่ห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายกว้างขวาง ตอบโจทย์กิจกรรมกลางแจ้งและการเดินทางแบบครอบครัว
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบความเอนกประสงค์ ครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน หรือผู้ที่เปลี่ยนใจจากรถ SUV คันเดิมมาสู่เทคโนโลยีไฮบริดยุคใหม่
BYD SEAL 5 DM-i: สปอร์ตซีดาน ขับสนุก คล่องตัวในเมือง
- จุดเด่น: ดีไซน์ตัวถังซีดานที่ลู่ลม (Aerodynamic) ให้ความรู้สึกสปอร์ต โฉบเฉี่ยว การควบคุมพวงมาลัยและช่วงล่างที่เกาะถนน มอบความมั่นใจในย่านความเร็วสูง
- เหมาะสำหรับ: คนรุ่นใหม่ วัยทำงาน หรือผู้ที่เน้นการใช้งานในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว แต่ยังคงความประหยัดขั้นสุดในทุกวัน
| ฟีเจอร์ / คุณสมบัติ | BYD SEALION 6 DM-i | BYD SEAL 5 DM-i |
| ประเภทตัวถัง | C-SUV (รถอเนกประสงค์) | C-Sedan (รถเก๋ง 4 ประตู) |
| ระบบขับเคลื่อน | เทคโนโลยี Super Hybrid DM-i | เทคโนโลยี Super Hybrid DM-i |
| โหมดการขับขี่ | EV (ไฟฟ้า 100%) + HEV (ไฮบริด) | EV (ไฟฟ้า 100%) + HEV (ไฮบริด) |
| การรองรับพลังงาน | ชาร์จไฟ (Plug-in) + เติมน้ำมัน | ชาร์จไฟ (Plug-in) + เติมน้ำมัน |
| จุดเด่นภายใน | เบาะนั่งขนาดใหญ่, หลังคา Panoramic | หน้าจอหมุนได้, ดีไซน์คอนโซลสปอร์ต |
[สเปกและอุปกรณ์มาตรฐาน BYD SEAL 5 DM-i]
สปอร์ตซีดานที่ประหยัดน้ำมันสูงสุดและวิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กม.
[สเปกและอุปกรณ์มาตรฐาน BYD SEALION 6 DM-i]
พรีเมียม SUV ที่มอบความนุ่มนวลและเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ทำไมรถยอดจดทะเบียนอันดับ 1 ถึงสำคัญกับการตัดสินใจซื้อ?
การที่ BYD สามารถพารถในตระกูล DM-i ขึ้นสู่อันดับ 1 ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ Plug-in Hybrid ในประเทศไทยได้นั้น ส่งผลดีต่อผู้บริโภคโดยตรงในหลายๆ ด้าน:
- ความมั่นใจเรื่องอะไหล่และศูนย์บริการ: ยอดขายที่สูงหมายถึงเม็ดเงินลงทุนในระยะยาว ศูนย์บริการจะครอบคลุมยิ่งขึ้น และการสำรองอะไหล่ในไทยจะทำได้รวดเร็วขึ้น
- สังคมผู้ใช้งานที่แข็งแกร่ง (Community): มีกลุ่มผู้ใช้คอยแชร์ประสบการณ์ ทริคการขับขี่ให้ประหยัดเงิน และรีวิวการใช้งานจริงอย่างแพร่หลาย หาข้อมูลได้ง่าย
- มูลค่าขายต่อในอนาคต: รถยนต์ที่เป็นกระแสนิยมและมีผู้นำไปใช้งานเป็นจำนวนมาก มักจะได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองตามไปด้วยเช่นกัน


ราคาและรุ่นย่อยที่จำหน่ายในไทย: ความคุ้มค่าที่ทุกคนเข้าถึงได้
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ BYD ตระกูล DM-i ทะยานสู่อันดับ 1 คือการตั้งราคาที่จับต้องได้ง่าย เมื่อเทียบกับสมรรถนะและออปชันที่ให้มาอย่างจัดเต็ม โดยมีรุ่นย่อยและราคาประมาณการให้เลือกดังนี้:
BYD SEALION 6 DM-i (รถ C-SUV พรีเมียม)
- รุ่น Dynamic: ราคาเริ่มต้นประมาณ 859,900 บาท
- รุ่น Premium: ราคาเริ่มต้นประมาณ 899,900 บาท (มาพร้อมระยะทางการวิ่งรวมน้ำมันและไฟฟ้าสูงสุดกว่า 1,000 กม. และวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 95 กม.)
BYD SEAL 5 DM-i (สปอร์ตซีดานสุดประหยัด)
- รุ่น Standard: ราคาเริ่มต้นเพียง 599,900 บาท
- รุ่น Dynamic: ราคาเริ่มต้นประมาณ 659,900 บาท
- รุ่น Premium: ราคาเริ่มต้นประมาณ 699,900 บาท (โดดเด่นด้วยโหมดขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน EV Mode ที่วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 80 – 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง)
อุ่นใจทุกการขับขี่กับสิทธิประโยชน์และแพ็กเกจดูแลหลังการขาย
การเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ยอดนิยมอันดับ 1 อย่าง BYD ในวันนี้ ผู้ขับขี่ยังได้รับความมั่นใจสูงสุดผ่านการดูแลอย่างมืออาชีพด้วยแพ็กเกจ REVER Care (หรือแคมเปญประจำเดือน) ที่มอบความคุ้มค่าแบบไร้กังวล:
- การรับประกันแบตเตอรี่: อุ่นใจยาวนานกับการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ขับเคลื่อน (Blade Battery) และระบบจำลองการขับเคลื่อน
- ฟรี! ประกันภัยชั้น 1: พร้อม พรบ. นาน 1 ปีเต็ม สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล
- ฟรี! เครื่องชาร์จ Zhida: พร้อมบริการติดตั้งถึงบ้าน (Home Charger) เพื่อความสะดวกสบายในการชาร์จไฟช่วงเวลากลางคืน
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน: ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความมั่นใจในทุกทริปการเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกล
เคล็ดลับการขับขี่ BYD DM-i ให้ประหยัดและคุ้มค่าสูงสุดในชีวิตจริง
สำหรับผู้ที่กำลังจะก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของรถยนต์ BYD DM-i ไม่ว่าจะเป็นรุ่น SEALION 6 หรือ SEAL 5 นี่คือเทคนิคการใช้งานที่จะช่วยให้คุณเซฟเงินในกระเป๋าได้มากที่สุด:
- ชาร์จไฟบ้านเป็นหลักในวันทำงาน (Daily Commute): ด้วยระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ที่ให้มาถึง 80 – 95 กิโลเมตร หากคุณใช้งานขับรถไปกลับที่ทำงานไม่เกินระยะนี้ และกลับมาชาร์จไฟที่บ้านตอนกลางคืน คุณแทบจะไม่ต้องใช้น้ำมันเลยในวันธรรมดา เปลี่ยนค่าใช้จ่ายเป็นค่าไฟเพียงกิโลเมตรละไม่ถึง 1 บาทเท่านั้น
- ปล่อยให้ระบบอัจฉริยะจัดการในวันเดินทางไกล (HEV Mode): เมื่อต้องเดินทางข้ามจังหวัด ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการหาตู้ชาร์จ เพียงปรับเป็นโหมด HEV (Hybrid) ระบบสมองกลของรถจะคำนวณเองอย่างแม่นยำ ว่าช่วงไหนควรใช้ไฟฟ้า ช่วงไหนควรใช้น้ำมัน หรือช่วงไหนต้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้ได้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด
- ใช้ระบบ Regenerative Braking ให้เป็นประโยชน์: ปรับตั้งค่าการหน่วงของมอเตอร์เมื่อยกคันเร่ง ระบบจะเปลี่ยนพลังงานจากการชะลอความเร็วกลับมาเป็นกระแสไฟฟ้าชาร์จเข้าแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มระยะทางการวิ่งได้ฟรีๆ โดยเฉพาะเวลาขับขี่ในเมืองที่รถติดสลับหยุดนิ่ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ BYD Plug-in Hybrid (DM-i)
Q: รถยนต์ BYD DM-i ถ้าไม่ชาร์จไฟเลย สามารถขับได้ไหม?
- A: ขับได้แน่นอนครับ นี่คือข้อดีของระบบ Super Hybrid DM-i หากคุณไม่มีเวลาชาร์จไฟ รถจะทำงานเหมือนรถยนต์ไฮบริดทั่วไป โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าส่งให้มอเตอร์และชาร์จกลับเข้าแบตเตอรี่เอง แต่แนะนำว่าหากมีโอกาสชาร์จไฟบ้านเป็นประจำ จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงสุด
Q: เทคโนโลยี DM-i ต่างจากระบบ Hybrid ทั่วไปอย่างไร?
- A: ระบบ Hybrid ทั่วไปจะเน้นการใช้เครื่องยนต์เป็นหลักและมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริม แต่เทคโนโลยี BYD DM-i จะเน้นการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักในการขับเคลื่อน (ให้ฟีลลิ่งเหมือนรถไฟฟ้า 100%) และใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กประสิทธิภาพสูงเข้ามาช่วยปั่นไฟหรือเสริมแรงในตอนที่ใช้ความเร็วสูง ทำให้ประหยัดน้ำมันและเงียบกว่าระบบไฮบริดแบบเดิมๆ
Q: แบตเตอรี่ของ BYD DM-i ปลอดภัยแค่ไหน?
- A: ทั้งสองรุ่นใช้ BYD Blade Battery ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยสูงสุดในโลก ผ่านการทดสอบเจาะทะลุ (Nail Penetration Test) โดยไม่เกิดเพลิงไหม้หรือควันหนา ทนทานต่อความร้อนสูง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
สรุป: บทพิสูจน์ความเชื่อมั่นของคนไทย
การก้าวสู่อันดับ 1 ในเซกเมนต์ Plug-in Hybrid ของ BYD เป็นสิ่งยืนยันว่าผู้ขับขี่ชาวไทยมั่นใจใน เทคโนโลยี DM-i ที่มอบทั้งความประหยัด ความแรง และความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ SUV ครอบครัวอย่าง BYD SEALION 6 หรือซีดานโฉบเฉี่ยวอย่าง BYD SEAL 5 ก็พร้อมตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
อยากสัมผัสประสบการณ์ “รถไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้” ด้วยตัวคุณเอง? สามารถทดลองขับและรับข้อเสนอสุดพิเศษได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม BYD Hi-Class Ev Car
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) มั่นใจทุกวินาทีบนท้องถนน
นอกจากความประหยัดและความแรงของเทคโนโลยี DM-i แล้ว สิ่งที่ทำให้ผู้ขับขี่ชาวไทยมอบความไว้วางใจจนพา BYD ขึ้นแท่นยอดจดทะเบียนอันดับ 1 คือ ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) ที่ใส่มาให้แบบเต็มพิกัดในทั้งสองรุ่น:
- ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC with Stop & Go): ตัวช่วยล็อกความเร็วแปรผันตามรถคันหน้า พร้อมชะลอความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งและออกตัวอัตโนมัติ ช่วยลดความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดีเมื่อต้องเจอรถติดในเมืองหรือเดินทางไกล
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKA) และเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW): กล้องอัจฉริยะจะคอยตรวจจับเส้นแบ่งเลน หากรถเริ่มเบนออกโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะส่งสัญญาณเตือนและช่วยหน่วงพวงมาลัยกลับเข้าเลนโดยอัตโนมัติ
- ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSD) และระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA / RCTB):ปลอดภัยยิ่งขึ้นขณะเปลี่ยนเลนหรือถอยออกจากซองจอด ระบบจะแจ้งเตือนทันทีหากมีรถวิ่งตัดมาในมุมที่มองไม่เห็น และช่วยเบรกฉุกเฉินหากเสี่ยงต่อการชน
- กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (รอบคัน): แสดงภาพจำลองรอบตัวรถแบบคมชัด ช่วยให้การกะระยะขณะจอดรถในที่แคบหรือการถอยจอดกลายเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย
ห้องโดยสารอัจฉริยะล้ำสมัย ตอบโจทย์ Lifestyle ยุคดิจิทัล
BYD ไม่เพียงแต่สร้างรถยนต์ แต่กำลังสร้าง “Smart Device” เคลื่อนที่เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ด้วยห้องโดยสารที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ:
- หน้าจออินโฟเทนเมนต์อัจฉริยะแบบหมุนได้ (DiLink): หน้าจอกลางอันเป็นเอกลักษณ์ของ BYD ที่สามารถปรับหมุนเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนได้ตามความเหมาะสมของแอปพลิเคชัน (เช่น แนวตั้งสำหรับการนำทาง และแนวนอนสำหรับการดูคอนเทนต์ความบันเทิงยามจอดพัก)
- รองรับการเชื่อมต่อไร้สายอย่างสมบูรณ์แบบ: รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ให้คุณเข้าถึงแผนที่ Google Maps, ฟังเพลงผ่าน Spotify หรือสั่งงานด้วยเสียงได้อย่างสะดวกสบาย
- ระบบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Command): รองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย สามารถควบคุมระบบปรับอากาศ, เปิด-ปิดกระจกหน้าต่าง หรือเปลี่ยนเพลงได้โดยไม่ต้องละสายตาจากการขับขี่
- ระบบแอปพลิเคชันบนมือถือ (BYD App): ให้คุณเช็กสถานะตัวรถ, ปริมาณแบตเตอรี่, ระยะทางที่วิ่งได้ รวมถึงสามารถสั่งเปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้าก่อนขึ้นรถผ่านสมาร์ทโฟน หมดปัญหาเปิดประตูรถมาเจออากาศร้อนจัดอีกต่อไป